Mangez-le si vous voulez

posted on 19 Jun 2011 21:17 by somchun in Bookmania


Mangez-le si vous voulez
Eat it if you want
โดย ฌอง ติลเล่

Tower of London เป็นหอคอยแห่งความสยองขวัญ
และน่าสะพึงกลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศอังกฤษ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรัชทายาทที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ก่อนจะได้ขึ้นครองราชย์ เรื่องของราชินีอังกฤษหลายคนที่ถูกประหารชีวิตที่นี่
หรือเรื่องของสมเด็จพระราชินี Mary Tudor
แห่งอังกฤษและไอร์แลนด์ ที่ได้การปราบปราม
ผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์อย่างโหดเหี้ยม
ในรัชสมัยของพระองค์ด้วยการแขวนคอ ณ ที่แห่งนี้
แม้ว่าทุกวันนี้จะเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว
จนทำลายความน่ากลัวไปหมดแล้ว
แต่ไม่อาจปฎิเสธได้เลยว่า บรรยากาศโดยรอบ
ก็ยังมีกลิ่นอายของความน่าสะพึงกลัวออกมาอย่างน่าประหลาดใจ


และบรรยากาศแบบนี้ ก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง
หลังจากที่ฉันอ่านหนังสือเล่มนี้จบ

"เมนูคนบาป Mangez-le si vous voulez
(Eat it if you want ) โดย ฌอง ติลเล่"


ฉันเคยรู้จัก มิสเตอร์ฌอง ติลเล่
ผ่านตัวหนังสือเรื่อง ร้านชำของคนอยากตาย
วรรณกรรมแปลตลกร้ายที่ทำให้เรื่องฆ่าตัวตายกลายเป็นเรื่องสนุก
และทำให้เราพบแสงสว่างและทางออก
ทว่าคุณจะไม่ได้พบสิ่งเหล่านี้จากหนังสือเล่มนี้เลย
สาบานได้ กับ -เมนูคนบาป-


หนังสือย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวของประเทศฝรั่งเศส
ในปี ค.ศ. 1870 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศฝรั่งเศสกำลังทำสงคราม
กับปรัสเซีย เหตุการณ์รอบข้างเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ความวิตกกังวลเรื่องสงคราม ความอดอยากจากภัยแล้ง
อาหารและน้ำขาดแคลน โรคติดต่อที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง
อแลง ซึ่งเป็นหนุ่มพิการผู้เสียสละตัดสินใจที่จะไปเป็นทหารฝรั่งเศส
เพื่อต่อสู้กับปรัสเซีย แต่ยังไม่ทันที่เค้าจะได้ทำหน้าที่รับใช้ชาติ
เขากลับถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกปรัสเซีย
ฝูงชนรุมกระหน่ำเขาอย่างบ้าคลั่ง
เขาโดนทรมานอย่างแสนสาหัส โดนเผา โดนกินอย่างทารุณ


ผู้เขียนเล่าเรื่องการทรมานอแลงได้อย่างถึงพริกถึงขิง
จนไม่น่าเชื่อว่า คุณค่าในจิตใจของมนุษย์หายไปไหน
วัดค่าจากอะไร ทำไมเพื่อนบ้าน คนที่เราพบเห็นหรือรู้จัก
อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน กลับกลายเป็นคนที่กล่าวหาเรา
มีเพียงสายตาที่ว่างเปล่า เหี้ยมโหดและบอกเราว่า
เขาไม่รู้จักเราเพียงแค่ชั่วข้ามคืน
เพราะอิทธิพลของสงคราม หรือเพราะความหวาดกลัว

 

คำว่าแพะรับบาป อาจมีมาก่อนหน้านั้นและลากมาจนถึงทุกวันนี้
อารยธรรมในการกินที่หนังสือเล่มนี้ใช้
อาจหมายถึงการเคลื่อนตัวจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง
ทว่าจุดที่เคลื่อนตัวไป หรือที่คนเชื่่อกันว่าเป็นจุดหมายนั้น
อาจไม่ใช่แสงสว่าง และไม่พบคำตอบอะไรที่คลี่คลาย
ชีวิตจำเป็นต้องทดแทนด้วยชีวิต
คนตายไม่อาจฟื้น คนที่ทำร้ายคนอื่นก็สมควรได้รับการลงโทษ
ถ้าตัดสินกันแบบนี้ มันก็อาจจะยุติธรรม


แต่หลังจากที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ
นอกจากความสยดสยองที่เกิดขึ้น
ฉันกลับคิดถึงความรู้สึกระหว่างที่เดินอยู่แถวหอคอยลอนดอน
และวนเวียนอยู่กับความคิดในหัวว่า
อะไรคือความถูกต้อง
ความตายสำหรับผู้บริสุทธิ์ ผู้ที่เป็นคนดี
มีอะไรอีกบ้างในโลกนี้ที่ทดแทนได้
จะมีคนดีอีกสักกี่คนที่้ต้องตายไปพร้อมกับข้อสงสัยว่า
แล้วโลกได้พิสูจน์อะไรจากการตายในครั้งนี้


หรือมันทำให้เราได้รู้ว่า
แท้จริงแล้วคุณค่าของความเป็นมนุษย์
ก็ทิ้งไว้เพียงแค่ความสูญเปล่าก็เท่านั้น


 

Comment

Comment:

Tweet

น่าอ่านอย่างรุนแรง

เล่มนี้ ว่าจะหยิบนะ ยังลังเลอยู่ big smile

พอดีลิสท์ กลายเป็นหางว่าว
หางไม่(เคย)สั้นสักที ..ฮา..

น่าสนใจ big smile

#3 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-06-21 01:26

อยากหามาอ่านบ้างจัง :)

#2 By marine on 2011-06-20 19:56

หลังๆ มานี่ ฉันงดเสพงานศิลปะหนักๆ...

ในชั้น...จึงมีดีวีดีที่ยังไม่ถูกแกะ มีหนังสือที่ยังค้างอ่าน

โตขึ้น... รู้สึกว่าชีวิตจริงเหนื่อยหนักเกินไป หากอยากพักก็จะหันไปหาอะไรเบาๆ ชวนยิ้มมาเสพแทน



ความดี-ความเลว, ชีวิต-ความตาย...

เหมือนจะให้ภาพชัดและอธิบายง่าย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่


ป.ล. ถนอมตัวค่ะ big smile

#1 By นกไร้ขา on 2011-06-20 10:11