The social network

posted on 07 Apr 2011 23:42 by somchun in Film

 

เพื่อความก้าวหน้า เรายอมที่จะหักหลังเพื่อนไหม  เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เรากล้าเสี่ยงที่จะทำสิ่งนั้นอย่างบ้าคลั่งไหม  The Social Network หนังเรื่องนี้กำลังบอกเราหลายอย่าง ไม่ใช่เพราะมันเป็นแค่หนังที่อ้างอิงมาจากชีวิตของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก  ผู้ให้กำเนิดเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง เฟสบุ๊ค แต่เพราะมันเป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิต รวมถึงสะท้อนแง่มุมใหม่ ในสังคมปัจจุบัน สร้างสังคมใหม่ให้เป็นโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นง่ายๆ เพียงแค่การ
"คลิก"

 

แม้ว่าทางเฟสบุคจะออกมาปฎิเสธว่าเรื่องราวในภาพยนตร์ ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาเพื่อสร้างความบันเทิงให้หนังมีจุดขาย ทว่า หากมองดูที่เนื้อหาและเรื่องราวในภาพยนตร์ มองว่า ชีวิตที่ดำเนินอยู่ในเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของคนคนหนึ่ง นั่นก็ถือว่า  David Fincher ผู้กำกับหนัง ตอบโจทย์ทั้งหมดได้ในความคิดฉัน

 

ในเรื่องนี้ เป็นเรื่องของการคิดต่าง ความท้าทายที่จะเริ่มต้นคิด และสร้างอะไรใหม่ ๆ  การห้ำหั่นกันในโลกธุรกิจ มิตรภาพ การหักหลัง สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังหมดหนทางในชีวิต และเป็นหนังที่คนที่มีเพื่อนจำเป็นต้องดู

 

หลายครั้งที่มีคนบอกว่า อย่าทำงานกับเพื่อน ถ้าหากมีปัญหาจะทะเลาะกัน จะผิดใจกัน และเลิกคบกัน โดยส่วนตัวของฉันแล้ว ฉันทำงานกับเพื่อน เพื่อนที่ดีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตฉัน เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการทะเลาะกัน งอนกัน โกรธกัน และดีกัน มันเหมือนเวลาที่เราอยู่กับคนในครอบครัวมันเลี่ยงไม่ได้ที่จะทะเลาะกัน เพียงแต่เราไม่เคยคิดร้ายต่อเพื่อนของเรา ให้เกียรติ เคารพต่อการตัดสินใจและซื่อสัตย์ต่อกัน

 

หนังสร้างให้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เป็นผู้ชายเนิร์ดคนหนึ่ง เป็นคนเก่ง ฉลาด ทำงานอย่างบ้าคลั่ง และควบคู่มากับ การไม่มีเพื่อนมากนักเขาโดดเดี่ยว แปลกแยก จนในที่สุด คนที่เขาเรียกว่าเพื่อน ก็กลายเป็นคนที่ฟ้องร้องเขา เรื่องผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว แตกแยกกับเพื่อนเมื่อมีคนกลางเข้ามา และเห็นศักยภาพจากตัวของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สุดท้ายมิตรภาพก็ได้สิ้นสุดลงท่ามกลางผู้ใช้งานเฟสบุคนับล้านคนทั่วโลก มาร์คเสียเพื่อนรัก ขณะที่เขาก็ทำเว็บไซต์ที่สร้างสังคมที่ทำให้คนได้รู้จักกัน ฉันว่ามันเป็นเหมือนเรื่องที่เลวร้าย

 

ทุกวันนี้ ฉันนั่งอยู่กับเพื่อน เรานั่งอยู่ในร้านด้วยกัน เราคุยกัน แต่ก็มีบางจังหวะที่เราต่างคนต่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดข้อความต่าง ๆ ส่งหาเพื่อนคนที่ไม่ได้นั่งอยู่ตรงหน้าเรา ยิ้มให้กับข้อความบนโลกออนไลน์คนเดียวเงียบๆ เรารู้จักกันง่ายขึ้น แต่สัมผัสกันน้อยลง เหมือนเราอยากจะคุยกับคนที่ไมได้นั่งอยู่กับเรา มากกว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเราสิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันไม่แน่ใจว่า การมี social network  การที่อะไรต่อมิอะไร รวดเร็วง่ายดายนั้น มันดีจริงหรือ หรือเราเป็นเพียงแค่ภาพที่จับต้องไม่ได้ คนทุกคนตรงหน้าเราล้วนแล้วแต่เป็นคลื่นวงจรไฟฟ้าที่ไม่มีตัวตน ขอบคุณ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ที่ทำให้สังคมของเรากว้างขึ้นทำให้เราเซนซิทีฟต่อการอ่านสถานะของเพื่อน ๆ มากขึ้น แต่กลับรู้สึกว่ารู้จักเพื่อนของเราน้อยลง หรืออาจจะไม่เคยรู้จักเลยมีเพื่อนมากขึ้น แต่กลับไม่อาจจะเอ่ยเรียกเขาว่าเพื่อนได้เต็มปาก โลกยังขับเคลื่อนไป เหมือนการทำธุรกิจ ทำแล้วเลิกกลางคันไม่ได้

ไม่รู้เหมือนกันว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก มีเพื่อนแท้ไหม หรือบางทีเค้าจะรู้สึกเหงาบ้างไหม บางทีสิ่งที่ฉันคิด อาจจะเปราะบางเกินไป และเสียเวลาเกินไปที่จะคิด เพราะหากวันหนึ่งที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก หยุดคิด หรือต่อยอด โลกออนไลน์อาจจะไม่วิเศษเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

 

Comment

Comment:

Tweet

^^ แวะมาสาดน้ำขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

#5 By mushroomcake on 2011-04-14 18:45

หนังคือหนัง คิดมากเดี๋ยวปวดตับ ^^
ฉันมี facebook เอาไว้พอเป็นพิธีผสมกับการเล่นเกมส์...

เพราะฉันแทบไม่ได้โพสอะไรเลย

และกว่าจะตอบคนอื่นก็อาจจะล่าช้าเกินไปในโลกที่หมุนเร็วขนาดนั้น

ฉันไม่ค่อยอยากรู้ว่าใครทำอะไร อยู่ที่ไหน กินอะไร...

ฉันว่าที่นั่น ไม่ใช่ที่ทางของฉันเลย...

ป.ล. ถ้าเมื่อไหร่ผ่านมาแถวนี้ ไปกินกาแฟกัน big smile

#3 By นกไร้ขา on 2011-04-08 11:56



ผมรู้สึกว่า เดียวนี้ เรามักเกรงใจคนที่อยู่ไกลออกไป มากกว่าคนที่อยู่ใกล้ตัว

แถมเรามักทำหล่น ถ้อยคำมักง่าย ต่อคนใกล้ อย่างง่ายดาย

..บางที อาจเพราะ เคยตัวใกล้ๆ สร้าง(รูป)ตัว ไกลๆ

ผมพยายามปรับสมดุลของสองโลก พยายามมองหาแง่งาม เพื่อจะสอดคล้องต้องกัน
ซึ่งไม่รู้ว่า บทสรุปปลายทาง คือ อะไร แต่คงต้อง ออน และ ออฟ(ไลน์) ต่อไป


big smile Hot!

#2 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-04-08 00:50

Hot! Hot!

#1 By RENKA on 2011-04-07 23:49